การจะไปท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง สิ่งแรกที่จะต้องทำเลยคือการวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหน พักที่ไหน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ซึ่งสิ่งที่เป็นอุปสรรคทำให้การจะไปเที่ยวแต่ละครั้งต้องหยุดพักไปนั้น เนื่องจากขาดการวางแผนที่ดีในเรื่องต่างๆ ที่รวมไปถึงเรื่องของการเงินด้วย พอใกล้วันที่จะต้องไปแล้ว เกิดปัญหาเรื่องการเงินที่อาจจะมีเงินไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายในการไปเที่ยวในครั้งนั้น ฉะนั้นเรื่องเงินเป้นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก สำหรับการไปเที่ยวในแต่ละครั้ง เพราะต้องใช้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งเราก็ได้รวบรวม 6 แนวทางวางแผนการเงิน สำหรับไปท่องเที่ยวให้ไม่สะดุด มาให้กับทุกคน เพื่อให้การไปเที่ยวของคุณสนุกและราบรื่นไปได้ด้วยดี

6 แนวทางวางแผนการเงิน สำหรับการไปท่องเที่ยวให้ไม่สะดุด

1. ตั้งงบเที่ยว

เริ่มกันที่สิ่งแรกที่ควรทำเลยคือ การตั้งงบเที่ยว ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยากไปที่ไหน และต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้สามารถค้นหาข้อมูลคร่าวๆ ได้จากอินเทอร์เน็ต และหากคุต้องการไปต่างประเทศแต่มีงบไม่มากนัก ก็อาจจะใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ หรือทานอาหารรสที่ราคาประหยัดลง เพื่อช่วยในการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้

ตั้งงบเที่ยว

2. วางแผนเก็บเงินให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

หลังจากที่เรามีการตั้งงบเที่ยว และรู้คร่าวๆ แล้วว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการไปเที่ยวครั้งนี้ ก็ต้องมาวางแผนในการเก็บเงินตามลำดับ ว่าจะนำเงินมาจากไหน เช่น เก็บจากเงินเดือนของตัวเองเดือนละ 10-20% นั่นเอง หรืออาจจะหารายได้เสริมพิเศษ เพื่อให้สามารถเก็บเงินได้ครบตามที่ต้องการเร็วขึ้น รวมทั้งอาจจะลดค่าใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นในแต่ละด้วยก็ได้

วางแผนเก็บเงินให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

3. วางแผนเที่ยว มองหาโปรโมชั่น

แน่นอนว่าการไปท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญก็คือต้องมีการวางแผน ซึ่งการวางแผนท่องเที่ยวนั้นก็ต้องให้มีความละเอียดแต่ยังคงยืดหยุ่นได้ ต้องวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างและจะเดินทางอย่างไร เพื่อที่จะได้เริ่มมองหาโปรโมชั่น เช่น โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ตั๋วรถไฟ หรือบัตรชมการแสดง เนื่องจากการจองล่วงหน้าจะมีโอกาสได้ราคาที่ถูกลงกว่าเดิม ดังนั้นเมื่อมีการวางแผนเที่ยวแล้ว ก็ต้องมีการติดตามโปรโมชั่นต่างๆ อยู่เสมอด้วย

วางแผนเที่ยว มองหาโปรโมชั่น

4. จองก่อน จ่ายทีหลัง หากทำได้

สำหรับการจองที่พักกับเว็บไซต์หรือตัวแทนต่างๆ นั้นสามารถเลือกแบบจ่ายเงินทันทีหรือจ่ายเงินใกล้ๆ วันจะเดินทาง หรืออาจจะจ่ายในวันที่เข้าพักได้เลย โดยเราขอแนะนำว่าควรจะจ่ายใกล้ๆ วันเดินทาง เนื่องจากเผื่อไว้หากมีการปรับแผน และยังทำให้รู้สึกอุ่นใจว่าในช่วงเดินทางเรามีที่พักแล้ว แต่หากเทียบราคาดูแล้วว่าการจองกับโรงแรมโดยตรงซึ่งปกติจะต้องจ่ายเงินทันทีนั้นถูกกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องจ่ายก่อน เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง

จองก่อน จ่ายทีหลัง หากทำได้

5. เที่ยวเต็มที่

เมื่อเรามีการจัดการวางแผนต่างๆ เรียบร้อยดีแล้ว ก็จะพอทำให้สามารถทราบได้ว่าจะเหลือเงินกี่บาท และหากเราบริหารจัดการเงินก้อนใหญ่ๆ ได้ดีพอ ก็อาจจะพบว่าตัวเองมีเงินเหลือที่จะสามารถทำอย่างอื่นได้อีก ตัวอย่างเช่น เหลือเงินจาการซื้อตั๋วเครื่องบินเมื่อมีโปรโมชั่น ก็อาจจะนำเงินที่เหลือนั้นไปใช้ในการซื้อของที่ชื่นชอบ หรือการไปชิมอาหารทุกร้านที่เราไปเที่ยวในสถานที่นั้น หรืออาจจะสมทบทุนไว้สำหรับการท่องเที่ยวในครั้งหน้าก็ได้ ก็จะทำให้การท่องเที่ยวของเราสนุก ไม่มีความกังวลใดๆ โดยเฉพาะไม่ต้องมาระแวงเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจจะเหลือไม่พอใช้

เที่ยวเต็มที่

6. สรุปค่าใช้จ่าย

ปิดท้ายกันด้วยการสรุปค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการสรุปค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปในแต่ละวันนั้นๆ ที่เราไปเที่ยว เพื่อสามารถตรวจสอบดูว่าเราได้ใช้ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ หรือพรุ่งนี้ควรจะใช้น้อยลง หรืออาจจะมีเงินเหลือซื้อของเพิ่มขึ้นก็ได้

สรุปค่าใช้จ่าย

ถ้าอยากให้การไปท่องเที่ยวของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ความกังวลใดๆ แล้วละก็ อย่าลืมนำ 6 แนวทางวางแผนการเงิน สำหรับไปท่องเที่ยวให้ไม่สะดุด ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกคนในวันนี้ ไปลองปรับใช้กันได้ และถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นไปได้ยาก แต่เราก็สามารถวางแผนการเงินสำหรับท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าได้ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เราก็จะมีเงินพอไปเที่ยวตามเป้าหมายที่วางไว้นั่นเอง

จะเห็นว่า เมื่อเรามีการวางแผนการเงิน ก่อนที่จะไปท่องเที่ยวนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เราสามารถใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ ทั้งนี้การวางแผนการเงิน ไม่ใช่เพียงทำเพื่อสำหรับไปท่องเที่ยวเท่านั้น แต่การบริหารจัดการเงินนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำให้เป็นประจำ โดยมาดูกันว่า สำคัญแค่ไหนทำไมเราต้องวางแผนการเงิน ถ้าเราเห็นถึงความสำคัญแล้ว การที่เราวางแผนการเงินอยู่เสมอ ก็จะส่งผลดีต่อการเงินในอนาคตของเราได้

นอกจากนี้ เคล็ดลับการมี สุขภาพทางการเงินที่ดี จะช่วยทำให้เราสามารถจัดการกับเงินในแต่ละเดือนได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย ซึ่งหากมีการจัดการกับการเงินได้ดี ก็จะเป็นผลดีกับการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ และไม่ก่อให้เกิดหนี้สินตามมาด้วย